Memory-Rerun's profilesame sad old picturePhotosBlogListsMore Tools Help

Memory-Rerun

Occupation
Location
บุคคลที่ไม่จำเป็นต่อโลกใบนี้

same sad old picture

March 06

อาจเป็นเพราะเพิ่งรู้สึกตัว

ในแต่ละก้าวของชีวิต บางทีเราก้มักจะมองสิ่งใด สิ่งหนึ่งแล้วปักใจตามภาพที่เห็นนั้น
คงเป็นเพราะ เรามองสิ่งนั้นด้วยความคิดและความเชื่อ ไม่ได้มองด้วยใจ
สิ่งที่เห็นก้เลยเป็นอย่างที่เราอยากเห็น อยากเชื่อ บางทีก้เพิ่งมาเข้าใจทีหลังว่า
สิ่งที่เคยคิดไว้นั้น มันก้เป็นเพียง ภาพลวงตา ความจิง สิ่งนั้นไม่ได้เป็นดังใจ
หลายๆเรื่องในชีวิต สิ่งที่เคยเชื่อ ณ ตอนนี้ เมื่อมองดูดีๆแล้ว ก้ทำให้เรามีความคิดที่เปลี่ยนไป
 อย่างตอนนี้บางอย่างที่เคยเชื่อก้คิดว่า ไม่อาจกลับไปเชื่อ หรือ ไว้ใจมันได้อีกแล้ว
โดยเฉพาะที่สำคัญ การที่จะก้าวต่อไปจะมองทางข้างหน้าก่อนเสมอ
นี่ก้จะขึ้นคลีนิคแล้ว ยังไม่สามารถที่จะรักษาหรือทำอะไรใครได้เลย
แต่ก่อนก้คิดแค่ว่าเรียนไปส่งๆ เดี๋ยวก้ผ่าน ผลออกมาปรากฏว่า คนที่ต้องเจ็บไม่ได้มีแค่ตัวเอง แต่มันยัง
กระทบไปสู่คนอื่น ไม่ว่าจะตั้งใจ หรือ ไม่ ผลสรุปแล้วยังไงความผิดก้คือความผิด ไม่ว่าจะแก้ตัวอย่างไร
ก้ยังผิด จะได้การอภัยอย่างไรหรือไม่ก้อีกเรื่องหนึ่ง
 ความรู้สึกเป็นสิ่งที่เราจะรับได้ก่อนเป็นสิ่งแรกๆในระบบประสาทสัมผัส แต่บางทีความคิดก้เร็วกว่า ความรู้สึกที่ต้องควบคู่กับจิตใจ
ทำไมนะ ทำไมบางเรื่องที่ผ่านมา ไม่รู้สึกก่อนหน้าให้เร็วกว่านี้ ได้แต่คิดว่าทำไมๆๆๆ
คงจะตอบได้เหมือนเพลงล่ะมั้งว่า "อาจเป็นเพราะ เพิ่งรู้สึกตัว"
 ขอโทษตัวเราเองละกันที่รู้สึกช้าไปหน่อย
February 28

for eternity......แด่ เดือนแห่งความรัก ตาลอบ-ยายทอง(คนค้นคน)

นับถอยหลังไปอีกเพียงไม่กี่วันก็จะถึงวันวาเลนไทน์ วันซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของการแสดงออกถึงความรักที่ใครหลายคนให้ความสำคัญกับวันนี้ ไม่ว่าใครจะนิยามความรักว่าเป็นของคู่กัน ความเหมือน ความพอดี  ความลงตัว หากแต่นิยามความรักของตาลอบที่มีต่อยายทองนั้น กลับมองว่าวันวาเลนไทน์ที่จะมาถึงนั้นไม่เคยมีความหมายต่อตาและยายเลย เพราะชีวิตรักที่ตาและยายได้ร่วมทุกข์ร่วมสุขกันมากว่า 50 ปี นั้นไม่เคยมีวันไหนที่ความรักของตาที่มีต่อยาย และยายมีต่อตานั้นลดน้อยลงไปตามกาลเวลาเลย หากแต่ความรักของทั้งคู่กลับเพิ่มพูนขึ้นสวนทางกับสังขารที่เริ่มจะโรยรา    
      “ สำหรับตาวันนี้มันก็เป็นแค่วันธรรมดาๆวันหนึ่ง ไม่มีความหมายอะไรเลย ดอกกุหลาบมันจะสู้สิ่งที่เราทำดีให้กันทุกวันได้ยังไง มันเทียบกันไม่ได้หรอก ตาไม่เห็นว่ามันจะสำคัญกับชีวิตตรงไหนเพราะถึงไม่มีวันนี้ ยังไงตาก็ยังรักยายเท่ากันทุกวัน”

      อมร สีสุภเนตร หรือที่ชาวบ้านในอำเภอเชียงคาน จังหวัดเลย รู้จักกันในนามของ “ ตาลอบ”   ส่วนภรรยาคู่ทุกคู่ยากชาวบ้านเรียกขานกันว่า “ยายทอง”  พื้นเพเดิมยายทองเป็นคนอำเภอวังทอง จังหวัดพิษณุโลก ส่วนตาลอบเป็นคนเชียงคาน จังหวัดเลย ปัจจุบันสองตายายอาศัยอยู่ที่บ้านหลังเล็กๆสภาพเก่าๆหลังหนึ่งตามลำพังสองคนโดยมีลูกๆคอยดูแลอยู่ห่างๆ   เมื่อมองเข้าไปในบ้านจะสังเกตุเห็นว่าบ้านของตาเสมือนเป็นโรงพยาบาลขนาดย่อมๆ เพราะอุปกรณ์  ข้าวของเครื่องใช้ต่างๆในการดูแลยายนั้น ตาได้ดัดแปลงให้เหมือนกับทางโรงพยาบาล ทั้งนี้ก็เพื่อจะได้ดูแลยายได้อย่างเต็มที่  

     ย้อนไปเมื่อ 50 ปีที่แล้วตาลอบซึ่งเป็นช่างตัดผมหนุ่มฐานะยากจนได้พบรักกับยายทอง แม่ค้าขายอาหารที่ขึ้นชื่อว่าเป็นสาวงามประจำหมู่บ้านในงานรำวงสร้างโบสถ์ที่วัดป่ากลาง อำเภอเชียงคาน  หลังจากที่ทั้งคู่คบหาดูใจกันมา 5-6 ปีจนมั่นใจในความรักที่มีให้ต่อกัน ชายหนุ่มจึงเอ่ยปากขอหญิงสาวที่เขารักแต่งงาน เป็นงานแต่งงานที่เรียบง่าย ไม่มีพิธีกรรมใหญ่โตอะไร ไม่มีเงินสินสอดทองหมั้นมากมาย หากแต่มีเพียงคำมั่นสัญญาที่ชายหนุ่มมอบไว้ให้กับหญิงสาวที่เขารักว่า จะครองรักและดูแลกันตลอดไป ทั้งในยามทุกข์และยามสุขจนกระทั่งวันสุดท้ายของชีวิตจะเดินทางมาถึง

     เวลาผ่านมา 50 ปี ทั้งคู่ครองรักกันจนกระทั่งแก่เฒ่า และตลอดเวลาที่ผ่านมา ความรักของคนทั้งคู่ที่มีให้กับกันก็มากพอและสม่ำเสมอพอที่จะทำให้ชีวิตรักของคนคู่นี้กลายเป็นตำนานรักแท้ที่น่าจดจำ แต่จะเป็นเพราะสวรรค์บัญชาหรือฟ้ากำหนด จู่ๆปี 2538 ยายทองก็ล้มป่วยลงด้วยการเป็นอัมพฤกษ์ทางด้านซ้าย ซึ่งก็พอจะช่วยเหลือตัวเองได้บ้าง แต่เมื่อ 6 ปีที่ผ่านมา อาการของยายทองก็กำเริบทรุดหนักลงไปอีก จากอัมพฤกษ์กลายเป็นอัมพาต ไม่สามารถพูดคุยกับตาลอบได้อีก นอกจากส่งเสียงร้องไห้ซึ่งบางครั้งก็มีแต่เสียงร้อง    บางครั้งก็มีแต่น้ำตา ซึ่งดูเหมือนจะเป็นการสื่อสารเพียงอย่างเดียวที่ตาลอบรับรู้และเข้าใจเสมอว่ายายต้องการอะไร

       “ ยายเขาร้องไห้ เพราะว่าเขาอยากจะพูดกับเรา แต่เขาพูดไม่ได้ เขาจึงบอกเราด้วยการร้องไห้ออกมา พอตาได้ยินเสียงไม่ว่าจะทำอะไรอยู่ตาก็จะเดินไปพูดกับเขา หรือไม่ก็ต้องส่งสียงตอบกลับไป ส่วนใหญ่ตาจะบอกเขาว่า “ อย่าร้องเลย เราอยู่ตรงนี้แล้ว ” บางทีก็บอกยายว่า “ เราจะอยู่กับเธอ จะดูแลเธอไปจนกว่าจะตายจากกัน” ที่บอกอย่างนี้เพื่อให้ยายรู้ว่าตาอยู่ใกล้เขาไม่ได้หนีไปไหน” ปฏิเสธไม่ได้ว่า น้อยครั้งนักที่เราจะได้เห็นภาพฝ่ายชายดูแล ปรนนิบัติฝ่ายหญิง หากแต่สิ่งที่ตาทำนั้นได้พิสูจน์ให้โลกรู้ว่าความรักของตาที่มีต่อยายนั้นเป็นตำนานความรักอันยิ่งใหญ่ที่ใครๆต่างก็แสวงหา

     “ ตาอยากใช้ชีวิตอยู่กับยายจนวินาทีสุดท้าย เราจะต้องไม่ทอดทิ้งกัน เราต้องมั่นคงต่อกัน ตาสัญญากับยายว่าจะดูแลยายให้ดีที่สุดจนวินาทีสุดท้าย ตาตั้งใจรักษายายให้ดีที่สุด ตาทุ่มเทชีวิตให้ยายทั้งหมดเลยเพราะว่ายายมีความหมายกับตาสุดชีวิตเลย   ทุกวันนี้ตายังมีความหวังอยู่ว่ายายจะอาการดีขึ้นและกลับมาพูดกับตาได้เหมือนเคย เราต้องอยู่แบบมีความหวัง เพราะความหวังนี่แหละที่จะทำให้เรามีกำลังใจดูแลยายต่อไปจนกว่าจะตายจากกันไปข้างหนึ่ง “    หากก่อนที่จะจากกันไปในชาตินี้ใจลึกๆตาลอบก็อยากให้ปาฎิหารย์นั้นมีจริง เพราะอยากให้ยายฟื้นขึ้นมาอีกซักครั้ง เพื่อที่จะถามข้อข้องใจที่ชายคนหนึ่งเก็บไว้มาหลายปีว่าที่ผ่านมาเขาทำดีพอที่สามีคนหนึ่งจะทำให้ภรรยาที่เขารักที่สุดได้หรือไม่”

     ถึงแม้ว่าบั้นปลายชีวิตอันแสนสุขจะถูกพรากไป และแทนที่ด้วยความทุกข์ทรมานจากอาการเจ็บป่วยของอีกฝ่ายหนึ่ง คำมั่นสัญญาทุกคำที่ตาลอบเคยมอบไว้ให้กับยายทองก็ยังไม่มีคำใดหรือตัวอักษรตัวใดเปลี่ยนแปลงไปแม้แต่น้อย ตลอดระยะเวลา 12 ปีที่ยายทองล้มป่วย แทบจะทุกนาทีของชีวิตตาลอบได้มอบให้กับการเฝ้าดูแลประคบประหงมยายทองอย่างใกล้ชิด ไม่เว้นแต่ยามหลับหรือยามตื่น

      “ ตาดูแลยายไม่เคยห่าง ตาต้องดูแลทุกอย่างไม่ว่าจะเรื่อง อาบน้ำ เช็ดตัว ไปจนถึงเรื่องการเช็ดอึ เช็ดฉี่ อาหารการกิน อาการเจ็บป่วยต่างๆเราต้องคอยสังเกตุตลอดเวลา เวลาทำอะไรตาก็จะนึกถึงยายก่อนเสมอ ถ้ายายยังไม่นอนตาก็ยังไม่นอน หรือถ้ายายยังไม่ได้กินข้าวตาก็จะยังไม่กิน เพราะต้องป้อนยายก่อน”   การดูแลปรนนิบัติยาย ตาลอบจะทำเพียงคนดียวทุกครั้ง และตาจะใส่ใจในรายละเอียดเล็กน้อยป็นอย่างดี แม้แต่แพมเพอร์สตาก็จะไม่ใส่ให้ยายเพราะเกรงว่าจะอับชื้นและทำให้เป็นแผลกดทับได้ ตาจึงไม่เคยเบื่อกับการที่ต้องคอยเช็ดอึ เช็ดฉี่อยู่ตลอดทั้งวัน  เสิ้อผ้าของยายตาก็จะไม่ซักผงซักฟอกเพราะกลัวยายจะแพ้และเป็นผื่น ฯลฯ   ทุกวันนี้ตากลัวว่ายายจะทิ้งตาไปไม่อยากให้ยายตายเลย อยากให้อยู่เป็นเพื่อนกัน อยู่เป็นคู่รักกันตลอดไป ตาไม่เคยคิดอย่างคนอื่นเลยว่าตายไปภาระจะได้หมดลง ไม่คิดเลย ”

     ภาพที่ชาวเชียงคานเห็นจนชินตาคือภาพชายชราวัย 73 ปี ปั่นรถจักรยานที่มีเตียงพยาบาลพ่วงติดอยู่ด้านหน้า โดยมียายนอนลืมตาแน่นิ่งอยู่บนเตียงเคลื่อนที่ไปตามถนนหนทางต่างๆ รถคันนี้เป็นรถที่ตาลอบประดิษฐ์ขึ้นมาเองกับมือเพราะถ้าจะซื้อเตียงแบบโรงพยาบาลนั้นก็เกินกำลังที่ตาจะมีได้ ด้วยความที่ตาเคยมีความรู้ทางช่างจึงต่อเตียงพยาบาลขึ้นมาและดัดแปลงต่อเติมให้เตียงนั้นเคลื่อนที่ได้ และมีหลังคาคอยคุ้มแดดคุ้มฝนและมีมุ้งคอยกันยุงและแมลงต่างๆ ที่ตาทำเช่นนี้หวังเพื่อให้ยายอยู่ใกล้กับตาตลอดเวลาเพราะเกิดอะไรฉุกเฉินขึ้นมาตาจะได้ช่วยเหลือยายได้ทัน ดังนั้นเวลาตาจะไปไหนก็จะพายายไปด้วยเสมอ  ใครที่เห็นรถของตาต่างก็อดไม่ได้ที่จะไม่เหลียวหลัง และต่างก็ตั้งข้อสงสัยไปต่างๆนานา บ้างก็นึกว่าเป็นรถซาเล้ง รถขายของ รถเก็บของเก่า บ้างก็ว่ารถขนศพ แต่ถึงอย่างไรตาลอบก็ไม่สนใจคำครหาเหล่านั้นเพราะสิ่งสำคัญที่ตาพายายออกมาอย่างนี้ก็เพื่อให้ยายออกมารับอากาศข้างนอก  ให้ยายได้รับการทักทาย พูดคุยจากผู้คนต่างๆเพื่อกระตุ้นให้ยายรู้สึกตัวมากขึ้น  นอกจากนี้ตายังรู้ใจยายดีว่ายายชอบให้ตาพาเที่ยวไปตามที่ต่างๆ ตาจึงมักปั่นเตียงเคลื่อนที่คู่ใจคันนี้พายายไปเที่ยวตามสถานที่ต่างๆที่มีความสำคัญๆในอดีต ไม่ว่าจะเป็นสถานที่พบรักกัน สถานที่ๆทำมาหากินด้วยกัน ทั้งนี้ตาทำเพื่อพายายไประลึกถึงความหลังอันงดงามเพื่อกระตุ้นความจำ ความรู้สึกของยายและอย่างน้อยความหลังเหล่านี้เสมือนเป็นน้ำหล่อเลี้ยงความเศร้าหมองของชะตากรรมที่ทั้งคู่ต้องเผชิญอยู่ได้ไม่มากก็น้อย

     บ่อยครั้งเวลายายมีอาการป่วยมาก ตาต้องพายายไปรักษาที่โรงพยาบาลเชียงคาน โดยมากตาจะปั่นเตียงพยาบาลเคลื่อนที่พายายไปที่โรงพาบาล ทันทีที่ไปถึงจะเป็นอันรู้กันกับเจ้าหน้าที่ว่าเตียงประดิษฐ์ของตาคันนี้สามารถใช้แทนเตียงของโรงพยาบาลได้เป็นอย่างดี และเมื่อพยาบาลเห็นคนไข้รายนี้ทีไรก็อุ่นใจได้ว่าไม่ต้องมาดูแลยายทองอะไรมากนัก เพราะตาลอบจะเป็นคนดูแลยายเองทุกอย่างโดยที่ไม่ต้องให้พยาบาลเข้ามายุ่งเลย  เพราะตาลอบคิดว่าเจ้าหน้าที่คงจะดูแลไม่ดีเท่ากับตัวเอง ซึ่งนั่นเป็นเพราะตาลอบทำด้วยหัวใจที่เต็มเปี่ยมไปด้วยความรัก

     ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมาตาลอบได้พิสูจน์ให้เราเห็นว่าสัญญาที่ชายหนุ่มมอบไว้กับหญิงสาวอันเป็นที่รักเมื่อ 50 กว่าปีที่แล้วนั้น ไม่ใช่แค่ลมปาก หรือถ้อยคำหวานหู ตามแรงปราถนา หากแต่เป็นถ้อยคำที่ออกมาจากความรู้สึกข้างในหัวใจ ที่มีที่ว่างให้เพียงแค่หญิงสาวที่เขารักเพียงคนเดียว คำมั่นสัญญาที่ตาลอบมอบให้จึงเป็นพันธะสัญญาที่ถูกจารึกลงบนหินผา ที่ไม่ว่าเวลาจะผ่านไปนานเท่าไร ก็ไม่มีวันลบเลือนและยังทำอย่างซื่อตรงสม่ำเสมอ ไม่ต่างอะไรกับการขึ้นลงของดวงตะวัน ที่จะเป็นอยู่เช่นนั้นชั่วนิรันดร์

ธนาคารออมสิน สาขาเชียงคาน
ชื่อบัญชี อมร สีสุภเนตร
หมายเลขบัญชี 11-5602-20-023288-1
--------------------------------------------------------------------
ที่มาจากพันทิพย์
จากรายการคนนค้นคน
ซาบซึ้งกับเรื่องราวของคนทั้งคู่จิงๆ
ความรักคงไม่ต้องการอะไรมากกว่า
"รัก"
............... ดอกกุหลาบมันจะสู้สิ่งที่เราทำดีให้กันทุกวันได้ยังไง "
January 18

no reason Why?

 
บางครั้ง
การพูดบางสิ่งออกไปแม้ว่ามาจากใจ
ก้ใช่ว่าจะดี
บางทีการเก็บไว้น่าจะดีกว่า
แต่บางทีการที่ทำอย่างนั้น
สิ่งที่เก็บไว้อาจจะย้อนกลับมาทำร้ายตัวเองก้ได้
-----------------------------------------
บางครั้ง
ไม่มีเหตุผลก้คือเหตุผลอย่างหนึ่ง
ที่ไม่มีเหตุผลก้เพราะไม่มีเหตุผล
การไม่รู้ก้เป็นคำตอบอย่างหนึ่ง
ที่ไม่รู้ก้เป็นการไม่ให้คำตอบอย่างหนึ่ง
บางทีการไม่คิด ก้เป็นการคิดอย่างหนึ่ง
ถ้าเป็นการบังคับฝืนใจตัวเองให้ไม่คิด
ก้ยิ่งจะคิด และ ดิ่งลึกลงไปเรื่อยๆ
ต้องไม่คิด
จากใจ ตัดใจไปซะ
ก้จะเลิกคิดได้โดยปริยาย
_______________________________
ไม่ได้เขียนนาน
บางทีที่ไม่เขียนไม่ใช่ว่า
ไม่มีอะไรจะเขียน
บางครั้งอาจเป็นเพราะมีมากมายจนไม่อยากเขียน
ทำไมไม่เขียน
'''''''''''''
''''''''''''
''''''''''''
ไม่มีคำตอบว่ะ
 
January 03

'.......'

ต่างคนต่างรอ........
เรื่องเก่าๆซ้ำๆ คำถามเดิมๆซ้ำๆ
กี่ทีที่ถาม มันก็ยังเหมือนเคย
เพราะเธอจะตอบซ้ำๆ ในหัวใจเธอไม่มีฉันเลย
เธออยากจะรอแต่เขา
แต่ต่อให้ใจช้ำๆ ก็ยังอยากจะบอกซ้ำๆ
ให้คำทุกคำที่มีอยู่ข้างใน
คอยกล่อมใจเธอทุกครั้ง จนลืมเขาไป
จะนานแสนนาน นานเท่าไหร่
กว่าใจของเธอจะได้ลืมเขา
* ถึงฉันได้แต่ยืน ...มอง มองเธอจากที่ไกล
ไม่อาจจะยืนเคียง ยืนอยู่ในหัวใจ
แต่ขอแค่ได้ยืนรอ รอเธออยู่ได้ไหม
อาจจะมีวันใด ที่เธอจะมองฉันบ้าง (กลับมา)
จะอีกนานแค่ไหน เธอก็อยากรอเขาใช่ไหม
จะทำอย่างไร ใจเธอก็ไม่ลืม
แล้วฉันจะรอเหมือนกัน
เพราะฉันก็ไม่อาจฝืน
ฉันเข้าใจ ความขมขื่น
จิตใจของคนที่คอยอย่างนี้
(*)
ได้มองกลับมาที่ฉัน สักครั้ง
อยากให้เธอมองฉันด้วยหัวใจบ้าง
แล้วเธอจะเห็นภาพนั้น เห็นคนที่เขารอนั้น
สะท้อนภาพสิ่งที่เธอเป็นอยู่
ฉันเข้าใจ ความขมขื่น
จิตใจของคนที่คอยอย่างนี้
(*,*)
------------------------------------------------------
ยิ่งฟังเท่าไหร่กลับยิ่งเศร้าลงไปทุกที
ในคืนนี้ทุกตัวอักษรในเพลงมันกลับฝังลึกลงในใจทุกคำ
ก็ไม่รู้ว่าต้นตอของความรู้สึกแบบนี้มันมาจากไหน
หรือบางทีเอาจไม่เคยเกี่ยงข้องกัน แม้สักนาทีเดียว
 
There are no photo albums.
No list items have been added yet.
No list items have been added yet.